May 28, 2022

bulletproofjacket4u.com

bulletproofjacket4u.com

รอดคุก ! ศาลให้ประกันตัว “พระบิดา” คลั่งลัทธิประหลาด ชาวคอนสารรวมตัวขับไล่

1 min read

ผู้สื่อข่าวภูมิภาครายงานว่า เมื่อ (9 พฤษภาคม 2565) ความคืบหน้ากรณี นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ “หมอปลา” นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจบุกเข้าตรวจสอบสำนัก (ฤาษี) ปฏิบัติธรรมประหลาด ตั้งอยู่ในป่าที่สาธารณะหมู่บ้านกุดแคน หมู่ 2 ตำบลดงกลาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เปิดรับรักษาโรคทุกชนิด โดยการให้ดื่มปัสสาวะ กินอุจจาระ กินเสมหะและขี้ไคลของเจ้าสำนักฯ รวมถึงยาที่ดองไว้นับ 100 โอ่ง เป็นยารักษาโรคต่างๆ ให้กับคนไข้ที่เดินทางจากทั่วสารทิศเข้ามาทำการรักษาอยู่ในสำนักดังกล่าว จากการเข้าตรวจสอบภายในสำนัก พบร่างผู้เสียชีวิตถึง 11 ราย บรรจุอยู่ในโลงศพ อ้างรอการขึ้นสวรรค์ ก่อนคุมตัว นายทวี หนันลา หรือ “โจเซฟ” หรือลูกศิษย์เรียกว่า “พระบิดา” อายุ 74 ปี เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมอ้างเป็นเจ้าลัทธิพระบิดาทุกศาสนา ไปสอบสวนดำเนินคดี

ล่าสุดวันนี้ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา นำทีมสื่อมวลชนหลายสำนัก และ พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.คอนสาร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอคอนสาร อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย และ เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ชัยภูมิ ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบสำนัก (ฤาษี) ปฏิบัติธรรมอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นกระท่อมไม้ชั้นเดียวมุงด้วยใบหญ้าคาก่อสร้างอยู่หลายหลัง และภายในกระท่อมมีข้าวของวางรวมกองสูงไว้เกลื่อนเป็นจำนวนมาก

วันนี้ชุดสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดตามกระท่อมต่างๆ ภายในสำนักดังกล่าว ที่ลูกศิษย์ของฤาษีเจ้าสำนักแห่งนี้ระบุว่ามีการเก็บศพไว้ภายในสำนักดังกล่าวด้วยรวม 11 ศพ มีโลงศพ ภายในมีร่างผู้เสียชีวิต อยู่ตามจุดกระท่อมต่างๆ เพื่อเคลื่อนอายัดและย้ายศพไปส่งตรวจพิสูจน์ยืนยันบุคคลและชันสูตรศพอย่างละเอียด

เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายเข้าตรวจสอบสถานะพื้นที่ป่าที่ตั้งสำนักฯ และฝ่ายตรวจชันสูตรร่างทั้ง 11 ร่างเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต และอายัดศพไปชันสูตร ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณเพิงพักหลังใหญ่ และมีโลงศพอยู่ภายใน 5 โลง พบด้านในเพิงพักหลังใหญ่มีสิ่งของวางระเกะระกะจำนวนมาก ภายในเพิงพักยังมีโอ่งน้ำอยู่บริเวณใกล้กันกับมุ้ง-ที่นอนของผู้ที่มาปฏิบัติธรรมอยู่หลายใบ ซึ่งภายในมีฝุ่นกระจายคล้ายกับไม่มีคนอยู่ อีกทั้งยังเป็นที่หลับนอนของผู้มาปฏิบัติธรรม และผู้ที่อ้างตัวเป็นพระบิดาด้วย ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นนั้น ไม่มีผู้อาศัยอยู่ภายในเพิงพักหลังใหญ่ มีเพียงผู้อาศัยอยู่บริเวณกระท่อมด้านนอก

หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบริเวณดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำศพที่อยู่ภายในโลง ในเพิงพักหลังใหญ่ออกมาวางเรียงไว้ด้านนอก ก่อนเข้าตรวจสอบตามกระท่อมที่อยู่ด้านนอกพบมีโลงศพอีกจำนวน 6 โลง ที่อยู่ภายในกระท่อมและด้านนอกกระท่อมที่ถูกจัดวางไว้ ซึ่งมีจำนวน 2 โลงที่อยู่ด้านนอกต่อสายยางออกจากโลงศพเพื่อนำน้ำเหลืองออกมาใส่ถังที่จัดเตรียมไว้ ส่วนบางศพก็อยู่ภายในกระท่อมเล็กๆ ในป่า บางศพซึ่งคาดว่าเป็นผู้ที่มาอยู่ก่อนถูกนำศพไว้ในที่บรรจุศพ ซึ่งใช้ปูนซีเมนต์ก่อปิดล้อมเป็นที่เก็บศพ เจ้าหน้าที่เปิดเข้าไปดูพบเพียงกระดูก

ส่วนบางศพที่อยู่ในบ้าน ซึ่งอยู่ห่างออกมาซึ่งคาดว่าเป็นศพใหม่ที่เพิ่งเสียชีวิตไม่นาน เจ้าหน้าที่จึงนำออกมาตรวจสอบพบเป็นศพของผู้หญิง ถูกห่อด้วยถุงซิปที่บรรจุ ก่อนนำใส่โลงและนำไปเก็บไว้ในกระท่อมที่พัก ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้ที่มาปฏิบัติธรรม หรือผู้ที่มาอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำมาเรียงไว้บริเวณหน้าเพิงพักหลังใหญ่ ก่อนให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพทั้ง 11 ร่างไปเก็บรักษาที่สุสานมูลนิธิเต๊กก่า ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เพื่อทำการตรวจพิสูจน์และทำการตรวจหาดีเอ็นเอ พร้อมทั้งหากมีญาติ หรือมีผู้นำเอกสารระบุว่าเป็นญาติ มาขอรับศพจะได้มอบให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ขณะที่ นายทวี หนันลา อายุ 74 ปี ซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรม หรืออาศรม ดังกล่าว 

ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.คอนสารได้แจ้งดำเนินคดี 4 ข้อหา ได้แก่ 

1.ข้อหาการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์
2.การรักษาโรค ผิด พ.ร.บ.เวชกรรม ที่ไม่เป็นไปตามหลักสาธารณสุข
3.การเคลื่อนย้ายศพจัดการศพ และ
4.ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 

ก่อนคุมตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเขียว พร้อมคัดค้านการประกันตัว อย่างไรก็ตาม ศาลได้พิจารณาให้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว จากนั้นพระบิดา หรือนายทวี ได้เดินทางกลับบ้านที่ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น

ทางด้าน นพ.วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ชัยภูมิ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิที่ร่วมตรวจสอบชันสูตรศพยังไม่พบว่ามีเอกสารระบุว่าผู้เสียชีวิตในโลงเป็นใครมาจากไหน จำนวน 5 ศพ ซึ่งต้องรอผลตรวจพิสูจน์ยืนยันหาว่าเป็นใครมาจากไหนให้ชัดเจนอีกครั้ง

ส่วนการนำสารคัดหลั่งจากซากศพ หรือของคนยังมีชีวิตอยู่ ทั้งน้ำปัสสาวะ เหงื่อ ขี้ไคล เสมหะ มาดื่มกิน เพื่อรักษาโรคนั้น สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นของเสียที่ร่างกายขับออกมาซึ่งอาจจะมีเชื้อโรคปนเปื้อนมาด้วย และเสี่ยงต่อพี่น้องประชาชน ที่เชื่อว่าจะช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้นั้น ต้องระวังให้มากที่สุด โดยเฉพาะโรคโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ผู้ที่ไปรวมกลุ่มแบบนี้โดยไม่ได้ป้องกันตัวเอง ไม่สวมหน้ากากอนามัย และอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาดนั้นยิ่งไม่ปลอดภัยและเสี่ยงต่อการทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคได้

“ขอฝากย้ำเตือนในกรณีการนำของเสียจากร่างกายมาใช้รักษาโรคนั้น ไม่ควรนำเข้าสู่ร่างกาย เพราะอันตรายรุนแรงถึงขั้นทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตได้ ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ 11 ศพ ที่พบในการเข้าตรวจค้นในสำนักฤาษีดังกล่าวในครั้งนี้ด้วย” 
นพ.วชิระกล่าว

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้สั่งปิดสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว พร้อมปิดกั้นบริเวณห้ามประชาชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เด็ดขาด

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.